University of the Thai Chamber of Commerce Library

โครงสร้างเงินทุนและคุณภาพกําไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย / อาภัสชญา ดิเรกศิลป์.

By: อาภัสชญา ดิเรกศิลป์ [ผู้แต่ง]Contributor(s): อรฤดี ศรีธราพิพัฒน์ [ที่ปรึกษา] [ที่ปรึกษา] | มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย. สาขาวิชาการบัญชีMaterial type: TextTextPublisher: 2562Description: Online resourceContent type: text Media type: computer Carrier type: online resourceSubject(s): เงินทุน | กำไรของบริษัท | กำไร | บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย | โครงสร้างเงินทุน | คุณภาพกําไรDDC classification: 658.155 Online resources: Full-Text Dissertation note: การศึกษาค้นคว้าอิสระ (การบัญชี)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2562. Summary: การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างเงินทุนและคุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปี พ.ศ. 2557 - 2561 รวม 5 ปี จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษามี 19 บริษัทต่อปี รวม 95 ตัวอย่าง โดยผู้วิจัยวัดตัวแปรอิสระโครงสร้างเงินทุนด้วยอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม และอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวม วัดตัวแปรตามคุณภาพกำไรด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และผู้วิจัยยังกำหนดตัวแปรควบคุม คือ หมวดธุรกิจในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและทดสอบสมมติฐานประกอบด้วย สถิติเชิงเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ เพียร์สัน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ผลการศึกษาพบว่า 1) บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมแสดงค่าผันผวน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกู้ยืมไม่สม่ำเสมอ หากศึกษาปีพ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมมีค่าอยู่ระหว่าง 0.50 ถึง 0.10 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากิจการมีความสามารถจ่ายชำระคืนดอกเบี้ยและภาระผูกพันธ์ได้ 2) บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวมแสดงค่าผันผวน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกู้ยืมไม่สม่ำเสมอหรืออาจมีการจ่ายชำระคืนเมื่อถึงเวลากำหนดตามสัญญากู้ยืม หากศึกษาปี พ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่ มีอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวมมีค่าอยู่ระหว่าง 0.09 ถึง 0.01 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากิจการมีสินทรัพย์ที่ได้จากการกู้ยืมหนี้สินระยะสั้นมากกว่ากู้ยืมหนี้สินระยะยาว 3) บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรไม่สม่ำเสมอ หากศึกษาปี พ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแสดงค่าเป็นบวก และมีค่ามากกว่า 1 ซึ่งอยู่ระหว่าง 1.11 ถึง 8.20 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากำไรทางบัญชีทั้งหมดสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรสุทธิตามเกณฑ์เงินสดได้ถือว่ากำไรมีคุณภาพ 4) โครงสร้างเงินทุนที่วัดด้วยอัตราส่วนหนี้รวมสินต่อสินทรัพย์รวม (DA) และอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวม (LDA) ไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไรที่วัดด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน นอกจากนี้พบว่าหมวดธุรกิจ (SEC) ไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไรที่วัดด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน
List(s) this item appears in: ทรัพยากรใหม่ประจำเดือน สิงหาคม 2564
Tags from this library: No tags from this library for this title. Log in to add tags.
    Average rating: 0.0 (0 votes)
Holdings: UTCC

การศึกษาค้นคว้าอิสระ (การบัญชี)) -- มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย, 2562.

การศึกษาครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาโครงสร้างเงินทุนและคุณภาพกำไรของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่มอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเก็บรวบรวมข้อมูลจากงบการเงินประจำปี พ.ศ. 2557 - 2561 รวม 5 ปี จำนวนกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ศึกษามี 19 บริษัทต่อปี รวม 95 ตัวอย่าง โดยผู้วิจัยวัดตัวแปรอิสระโครงสร้างเงินทุนด้วยอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวม และอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวม วัดตัวแปรตามคุณภาพกำไรด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน และผู้วิจัยยังกำหนดตัวแปรควบคุม คือ หมวดธุรกิจในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภค เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาและทดสอบสมมติฐานประกอบด้วย สถิติเชิงเชิงพรรณนา สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ของ
เพียร์สัน การวิเคราะห์การถดถอยพหุคูณ และการวิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลง ผลการศึกษาพบว่า 1) บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมแสดงค่าผันผวน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกู้ยืมไม่สม่ำเสมอ หากศึกษาปีพ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินรวมต่อสินทรัพย์รวมมีค่าอยู่ระหว่าง 0.50 ถึง 0.10 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากิจการมีความสามารถจ่ายชำระคืนดอกเบี้ยและภาระผูกพันธ์ได้ 2) บริษัทส่วนใหญ่มีอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวมแสดงค่าผันผวน ซึ่งชี้ให้เห็นว่ามีการกู้ยืมไม่สม่ำเสมอหรืออาจมีการจ่ายชำระคืนเมื่อถึงเวลากำหนดตามสัญญากู้ยืม หากศึกษาปี พ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่ มีอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวมมีค่าอยู่ระหว่าง 0.09 ถึง 0.01 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากิจการมีสินทรัพย์ที่ได้จากการกู้ยืมหนี้สินระยะสั้นมากกว่ากู้ยืมหนี้สินระยะยาว 3) บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน ซึ่งชี้ให้เห็นถึงความสามารถในการทำกำไรไม่สม่ำเสมอ หากศึกษาปี พ.ศ. 2561 พบว่า บริษัทส่วนใหญ่มีดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงานแสดงค่าเป็นบวก และมีค่ามากกว่า 1 ซึ่งอยู่ระหว่าง 1.11 ถึง 8.20 เท่า ชี้ให้เห็นว่ากำไรทางบัญชีทั้งหมดสามารถเปลี่ยนเป็นกำไรสุทธิตามเกณฑ์เงินสดได้ถือว่ากำไรมีคุณภาพ 4) โครงสร้างเงินทุนที่วัดด้วยอัตราส่วนหนี้รวมสินต่อสินทรัพย์รวม (DA) และอัตราส่วนหนี้สินระยะยาวต่อสินทรัพย์รวม (LDA) ไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไรที่วัดด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน นอกจากนี้พบว่าหมวดธุรกิจ (SEC) ไม่มีความสัมพันธ์กับคุณภาพกำไรที่วัดด้วยดัชนีกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน

There are no comments on this title.

to post a comment.
สำนักหอสมุดกลาง มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
เลขที่ 126/1 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงรัชดาภิเษก เขตดินแดง กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์: 0-2697-6251, 0-2697-6260 โทรสาร: 0-2697-6251 อีเมล: library@utcc.ac.th